พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 3)


พ.ศ. 2542 มาตราที่ 1-10


---------------------------


ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.


ให้ไว้ ณ วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2542


เป็นปีที่ 54 ในรัชกาลปัจจุบัน


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า


โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด


พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติ บางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย


จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ ยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้


มาตรา 1พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542"


มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


มาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน (5) ของ มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


“(5) คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่กฎหมายถือ ว่าเป็นคนต่างด้าวซึ่งนำเงินตรา ต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรหรือถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ นอกประเทศหรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ”


มาตรา 4 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 19ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


“มาตรา 19ทวิ อาคารชุดแต่ละอาคารชุดจะมีคนต่างด้าวและหรือนิติบุคคล ตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินอัตรา ร้อยละสี่สิบเก้าของเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุด ตาม มาตรา 6 อาคารชุดใดที่จะมีคนต่างด้าวและหรือนิติบุคคล ตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดเกินกว่าอัตราที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง อาคารชุดนั้นจะต้องตั้งอยู่ ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเทศบาล หรือเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง และมีที่ดินที่ตั้งอาคารชุดรวมกับที่ดินที่มีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันสำหรับเจ้าของร่วม ทั้งหมดไม่เกินห้าไร่ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดตามวรรคสองของคนต่างด้าว และนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด ในกฎกระทรวง


มาตรา 5 ให้ยกเลิกความใน (5) ของ มาตรา 19ตรี แห่งพระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


“(5) สำหรับคนต่างด้าวและนิติบุคคล ตาม มาตรา 19 (5) ต้องแสดงหลักฐาน การนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรหรือหลักฐานการถอนเงินจากบัญชีเงินบาท ของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศหรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศในจำนวน ไม่น้อยกว่าค่าห้องชุดที่จะซื้อ”



มาตรา 6 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 19จัตวา แห่งพระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


“มาตรา 19จัตวา เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารและหลักฐาน ตาม มาตรา 19ตรี และตรวจสอบเอกสารหลักฐานดังกล่าวแล้วเห็นว่าเป็นเอกสาร และหลักฐานที่ถูกต้องตามบทบัญญัติ มาตรา 19ตรี และอัตราส่วนการถือกรรมสิทธิ์ ในห้องชุด ของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตาม มาตรา 19 ทั้งผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว และผู้ที่ขอรับโอน ไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ใน มาตรา 19ทวิ วรรคหนึ่ง หรืออยู่ในหลักเกณฑ์ตาม มาตรา 19ทวิ วรรคสองและวรรคสาม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับ ห้องชุดตามหมวด 4 ให้แก่คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลผู้ขอรับโอนนั้น”



มาตรา 7 ให้ยกเลิกความใน (1) ของ มาตรา 19เบญจ แห่งพระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


“(1) เมื่อคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ ใน มาตรา 19 ได้มาซึ่งห้องชุด โดยได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรม หรือโดยประการอื่น แล้วแต่กรณี เมื่อรวมกับห้องชุดที่มีคนต่างด้าวและหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ถือกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว ในอาคารชุดนั้นเกินอัตราที่กำหนดตาม มาตรา 19ทวิ วรรคหนึ่ง หรือไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ ตาม มาตรา 19ทวิ วรรคสองหรือวรรคสาม”


มาตรา 8 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของ มาตรา 19นว แห่งพระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ อาคารชุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน


“มาตรา 19นว ผู้ใดได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดในขณะที่มีสัญชาติไทย ถ้าต่อมาผู้นั้นเสียสัญชาติไทย เพราะการสละสัญชาติไทย การแปลงสัญชาติ หรือการถูกถอน สัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และเป็นคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ถ้าประสงค์จะมีกรรมสิทธิ์ในห้องชุดต่อไปต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึง การเสียสัญชาติไทย และต้องนำหลักฐานว่าเป็นคนต่างด้าวตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 มาแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่เสียสัญชาติไทย แต่ถ้าการมี กรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวนั้นเกินอัตราตาม มาตรา 19ทวิ วรรคหนึ่ง หรือไม่อยู่ ในหลักเกณฑ์ตาม มาตรา 19ทวิ วรรคสองหรือวรรคสาม ต้องจำหน่ายห้องชุดที่เกินอัตรา ที่กำหนด หรือไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ภายในกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่เสียสัญชาติไทย ถ้าไม่จำหน่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นำความใน มาตรา 19เบญจ วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม”


มาตรา 9 เมื่อครบกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของ มาตรา 19ทวิ แห่ง พระราชบัญญัติ อาคารชุด พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้


เมื่อพ้นกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับตามวรรคหนึ่งให้คนต่างด้าวและนิติบุคคลที่ได้ห้องชุดมาตาม มาตรา 19ทวิ วรรคสอง หรือคนต่างด้าว และนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 19 ซึ่งรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดต่อเนื่องจากคนต่างด้าว หรือนิติบุคคลดังกล่าว ถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดนั้นต่อไปได้ แม้ว่าจะเกินอัตราที่กำหนดไว้ ใน มาตรา 19ทวิ วรรคหนึ่ง


มาตรา 10 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้


ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ


ชวน หลีกภัย


นายกรัฐมนตรี


 


 


*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไข เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลที่กฎหมายถือ ว่าเป็นคนต่างด้าว เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยน เงินที่เปลี่ยนแปลงข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร โดยกำหนดให้ผู้นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศ นั้นแก่ธนาคารที่ได้รับอนุญาตและแก้ไขอัตราส่วนการถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในแต่ละอาคารชุดของคน ต่างด้าวและนิติบุคคลที่กฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก ในการซื้อห้องชุดของบุคคลดังกล่าว ตลอดจนเป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของประเทศที่กำลังประสบปัญหาสภาวะซบเซาซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของ ประเทศโดยรวมนอกจากนั้นได้เพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการตรา กฎหมายที่มีบทบัญยัติเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อให้เป็นไป ตาม มาตรา 335 (1) ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้



(ร.จ. เล่ม 116 ตอนที่ 31 ก หน้า 1 วันที่ 27 เมษายน 2542)



 

ค้นหา

ค้นหา

ประเภทอสังหาริมทรัพย์